ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
สัญลักษณ์โรงเรียน
 
 
สีประจำโรงเรียน        
           เขียว-เหลือง
 
อัตลักษณ์ของสถานศึกษา
         "เด็กดี  มีคุณธรรม"  มีโครงการที่ใช้พัฒนาคือ  "โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ" 
เอกลักษณ์ของสถานศึกษา
              "สุขภาพดี  มีสุข"  โครงการที่ใช้พัฒนาคือ  "โครงการส่งเสริมสุขภาพอนามัย"
 
 
ความเป็นมา
 

ใบตอง-แก้วน้ำ-ปุ๋ยหมัก-แปลงผัก-จักรยาน…ที่บ้านวังน้ำขาว

หากสงสัยว่าใบตอง แก้วน้ำ ปุ๋ยหมัก แปลงผัก จักรยาน
สัมพันธ์กันอย่างไร และเกี่ยวอะไรกับชุมชนต้นแบบ
…ต้องตามไปค้นคำตอบที่โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว

โรงเรียนเล็กๆ ที่ชื่อ “บ้านวังน้ำขาว” ตั้งอยู่ในต.เขาชนกัน อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์
เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีคุณครู 11 คน
ช่วยกันดูแลอบรมนักเรียนวัยซนทั้งหมด 214 ชีวิต

ทีมงานนิตยสารพลัง+งาน เดินทางถึงโรงเรียนบ้านวังน้ำขาวในช่วงเวลาใกล้ 11 โมง
ครูปรีชา กัลพัตร์ รักษาการผู้อำนวยการ กับ “ครูจี๊ด” นวกมล กัลพัตร์ มารอต้อนรับอยู่แล้ว
และบทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างง่ายๆ ที่โรงอาหารท่ามกลางบรรยากาศของสายลมโชย

banana
ด้วยเหตุที่งบประมาณค่าอาหารกลางวันถูกจำกัดไว้สำหรับนักเรียนที่ขาดแคลนเท่านั้น
จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีจัดการเล็กน้อยเพื่อให้เพียงพอกับปากท้องของนักเรียนทั้งโรงเรียน

ครูปรีชาและครูจี๊ดช่วยกันอธิบายว่า แทนที่จะทั้งหุงข้าวและทำกับข้าวเลี้ยงนักเรียนแค่บางคน
ก็ให้แม่ครัวทำเฉพาะกับข้าวและให้เด็กๆ นำข้าวมาจากบ้าน
เพียงเท่านี้ทุกคนก็มีโอกาสกินอิ่มกันถ้วนหน้า

แก้เรื่องงบประมาณอาหารกลางวันได้ใช่ว่าจะหมดปัญหา เพราะสิ่งที่ตามมากลับเป็นเรื่องขยะ!
เดิมมีนักเรียนเพียงไม่กี่คนที่หิ้วปิ่นโต สภาพในวันวานของโรงเรียนบ้านวังน้ำขาว
จึงเต็มไปด้วยขยะถุงพลาสติกและกล่องโฟมจากการบรรจุข้าวสวยมาทานมื้อกลางวันที่โรงเรียน แถมพ่วงด้วยถ้วยโฟมจากร้านขายขนม

“เยอะมาก เกลื่อนไปหมด ภารโรงต้องคอยเผา” ครูจี๊ดบอก

แม้เปลวไฟจะแปลงร่างกองขยะให้เหลือเพียงเศษเถ้าหย่อมเล็กๆ
ทว่าทางออกนี้กลับทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง
เมื่อการเผาพลาสติกกับโฟมก่อมลพิษทางอากาศและโชยกลิ่นชวนเวียนหัว
ถึงขั้นหายใจไม่ปลอดโปร่งโล่งจมูกกันเลยทีเดียว

“เลยต้องหาวิธีลดขยะถุงพลาสติก” ครูปรีชาสรุป
ครูจี๊ดซึ่งเป็นครูประจำชั้นของนักเรียน ป.5 จึงเริ่มชักชวนเด็กๆ ให้ลองใช้ใบตองห่อข้าวมาโรงเรียนตั้งแต่เมื่อปี 2550 เพราะทั้งลดขยะ ไม่เป็นอันตราย และช่วยประหยัดเงินผู้ปกครอง

DSC_0316

“เริ่มแรกก็มีไม่กี่คน แต่พอเปิดห่อข้าว มันจะหอมมาก
เด็กก็ทำตามกันเยอะขึ้น เยอะขึ้น ทั้งห้องนี่ห่อใบตองกันมาหมดเลย”

DSC_0271
[หนุ่มน้อยชั้นอนุบาลกับกล่องข้าวพลาสติก]

พูดคุยถามไถ่กันเพียงไม่นานก็ได้เวลารับประทานอาหารกลางวัน
กลุ่มแรกที่เดินมาถึงโรงอาหารคือเด็กอนุบาล
ครูจี๊ดชี้แจงว่า “โครงการนี้ไม่ได้ทำกับเด็กอนุบาล เพราะความรับผิดชอบและความระมัดระวังยังน้อย เกรงว่าจะทำตกหล่น ใบตองแตกก่อนถึงเวลาอาหารกลางวัน”
พูดไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงร้องเอะอะ…นักเรียนตัวน้อยทำกล่องข้าวตกพื้นไปเสียแล้ว

DSC_0293

DSC_0295

อีกประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา จึงปรากฏภาพของนักเรียนประถมที่เดินเรียงแถวกันมายังโรงอาหารพร้อมข้าวห่อใบตองที่อยู่ในมือ

cup
ในไม่ช้าแฟชั่นข้าวห่อใบตองก็ระบาดไปทั่วโรงเรียน โดยมีแรงสนับสนุนชั้นดี
จากครูประเทือง เจตกสิกรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังน้ำขาวในขณะนั้น
(ปัจจุบันย้ายไปรับตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อุทัยธานีเขต 1)

“ผอ. ประเทือง เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ และชอบที่เด็กๆ ห่อข้าวด้วยใบตอง
จึงสนับสนุนให้ทำเป็นโครงการจริงจังและขยายผลไปสู่เด็กทั้งโรงเรียน
เมื่อนักเรียนหันมาใช้ใบตองมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ก็เริ่มขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง”

ช่วงแรกผู้ปกครองบางส่วนก็ไม่เห็นด้วย เพราะรู้สึกว่าเป็นการเพิ่มภาระที่จะต้องออกไปตัดใบตอง ซึ่งไม่สะดวกรวดเร็วเหมือนกับการตักข้าวใส่ถุงพลาสติก
แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ปรากฏผลอย่างชัดเจน จากเดิมที่มีขยะพลาสติกเกลื่อนกลาด
โรงเรียนก็สะอาดขึ้นจริงๆ ผู้ปกครองรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
จึงเปลี่ยนมาเห็นคล้อยตามและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

DSC_0307

“ปัจจุบันนี่ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการใช้ใบตองห่อข้าวให้ลูก
จึงเริ่มรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกด้วย แต่ก็ยังเป็นส่วนน้อยที่หิ้วถุงผ้ามาโรงเรียน”
ครูจี๊ดเล่าถึงความสำเร็จในก้าวแรก

DSC_0313

ไม่เพียงถุงพลาสติกเท่านั้น แก้วพลาสติกและถ้วยโฟมก็เป็นสิ่งที่ต้องลดละการใช้ด้วยเช่นกัน
จึงเป็นที่มาของแนวคิดให้เด็กนักเรียนแต่ละคนพกแก้วน้ำอเนกประสงค์คนละใบ
ทั้งใช้ใส่น้ำดื่ม รองน้ำเวลาแปรงฟัน และเป็นภาชนะใส่ขนมที่ซื้อจากร้านค้าภายในโรงรียน

“ก่อนหน้านี้เราให้เด็กใช้แก้วที่ทำจากกะลามะพร้าวหรือไม้ไผ่
แต่เปิดเทอมใหม่มานี้เราไม่ได้กำชับแล้ว เพราะกังวลว่าเด็กจะดูแลความสะอาดไม่ดีเท่าที่ควร
เดี๋ยวจะเกิดเชื้อราในกระบอกไม้ไผ่ ในกะลา ปีนี้เลยขอเปลี่ยนเป็นแก้วสแตนเลส
โดยใช้งบประมาณของโรงเรียนมาซื้อแก้วสแตนเลสแจกให้เด็กทุกคนเอาไว้ใช้” ครูปรีชาเล่าโดยมีครูจี๊ดช่วยเสริม

DSC_0370

DSC_0385

จึงเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นเด็กๆ โรงเรียนบ้านวังน้ำขาวเข้าแถวซื้อขนมหวาน น้ำแข็งไส
หรือไอติม โดยถือแก้วสแตนเลสกันคนละใบ

bicycle

ใบตองของนักเรียนบ้านวังน้ำขาวไม่ได้สิ้นสุดหน้าที่ลงแค่การห่อข้าว
เพราะซากใบตองที่ผ่านการใช้งานแล้วจะถูกรวบรวมไปเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ
ถือเป็นโครงการต่อยอดที่สร้างประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าจริงๆ

“ทิ้งใบตองแล้วภารโรงก็ต้องเก็บไปกำจัดเหมือนกันเลยเอาไปทำปุ๋ยดีกว่า” ครูปรีชากล่าว
เพียงแค่รวบรวมใบตองและเศษอาหารใส่ถังพลาสติก
เติมกากน้ำตาล จุลินทรีย์ EM และน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 15 วันก็พร้อมใช้งาน
ซึ่งนอกจากจะนำมารดแปลงผักแล้ว ยังมีพอสำหรับแจกจ่ายให้กับผู้ปกครองของเด็กๆ ด้วย

DSC_0349

สุดท้ายกลายเป็นว่าโครงการปุ๋ยหมักชีวภาพช่วยชุบชีวิตแปลงผักของนักเรียนขึ้นมาอีกครั้ง
จากที่เคยปลูกบ้าง ปล่อยบ้าง ก็หันมาปลูกผักกันอย่างจริงจังมากขึ้น
ทั้งผักบุ้งจีน คะน้า ผักกาดขาว มะเขือ ผักชี และถั่วฝักยาวที่เติบโตโดยไม่พึ่งพาสารเคมีบนผืนดินเล็กๆ ริมรั้วโรงเรียน จึงงอกงามให้เก็บเกี่ยวมาแล้วหลายฤดูกาล
ส่วนผลผลิตที่ได้จะเอาไปทำอะไรนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักเรียนเป็นสำคัญ

“ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเด็ก ใครอยากขายก็ขาย ใครอยากเอากลับไปบ้านก็ได้
บางทีก็เก็บผักใส่ตะกร้าแล้วชวนกันไปขายที่ตลาดนัดทุกวันศุกร์” ครูจี๊ดเล่า

และสิ่งพิเศษสุดๆ อีกอย่างของโรงเรียนบ้านวังน้ำขาวก็คือ…
การปั่นจักรยานสูบน้ำบาดาลขึ้นมารดแปลงผัก !!
ที่นี่จึงไม่ต้องใช้น้ำประปา ไม่เปลืองค่าไฟฟ้า ไม่พึ่งพาเครื่องปั๊มน้ำ
แค่ออกแรงสองขา ปั่นกันพอเหงื่อซึมก็รดน้ำได้ทั่วบริเวณ
ว่าแล้วครูทั้งสองก็พาไปดูให้เห็นกับตา โดยมี ด.ช. อภิสิทธิ์ ศรีพะเดช นักเรียนชั้นป.3
มาช่วยสาธิตการปั่นจักรยานสูบน้ำ ซึ่งกว่าจะโชว์เสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยหอบไปเหมือนกัน

DSC_0275

ประดิษฐกรรมชิ้นนี้เป็นสิ่งที่อดีต ผอ. ประเทืองฝากไว้ให้กับโรงเรียนบ้านวังน้ำขาว
โดยได้ไอเดียมาจากศูนย์อบรมเกษตรกรและจุดเรียนรู้ของลุงทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ปราชญ์ชาวบ้านแห่งจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อครั้งที่พาผู้นำชุมชนไปดูงานที่นั่น

DSC_0282

ในสายตาของคนนอก ทุกสิ่งที่ครูและนักเรียนแห่งโรงเรียนบ้านวังน้ำขาวได้ช่วยกัน
ลงมือลงแรงเรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ
ทว่าในมุมมองของครูจี๊ด ทั้งหมดนี้ยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ในใจ
นั่นคือการปลูกฝังให้เด็กทุกคนมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม
กระทั่งสามารถส่งต่อสิ่งที่รับรู้ไปสู่ผู้ปกครองหรือคนรอบข้างด้วย

ดูเหมือนว่าภารกิจของคุณครูจะยังไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ
ทีมงานนิตยสารพลัง+งานจึงขอส่งกำลังใจให้ชุมชนต้นแบบแห่งนี้อีกแรง…ไม่ช้า คงถึงเส้นชัย

ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ชุมชนต้นแบบ”
นิตยสารพลัง+งาน ฉบับที่ 4 เดือนสิงหาคม-ตุลาคม 52
 

หนึ่งความคิดบน “ใบตอง-แก้วน้ำ-ปุ๋ยหมัก-แปลงผัก-จักรยาน…ที่บ้านวังน้ำขาว

  1. เก๋มาก เป็นโรงเรียนที่มีนโยบายเก๋มาก ๆ

    เคยคิดว่า การเปลี่ยนแปลงในเรื่องแบบนี้น่าจะทำได้ยาก
    แต่ถ้าไม่เริ่ม มันก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงสินะ
    ขนาดน้อง ๆ เค้ายังทำกันได้เลย
    เป็นชุมชนต้นแบบที่น่าทึ่งจัง

  2. เป็นโรงเรียนที่น่ารักมากๆเลยค่ะ
    น่าทึ่งจริงๆเลย ที่ทำได้ขนาดนี้ยกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการลดรอยตีนฝากโลกเลยน่าสนับสนุนค่ะ

  3. น่าดีใจแทนโรงเรียนที่ผู้บริหารมองเห็นสิ่งเหล่านี้ค่ะ เป็นการปลูกฝังเด็กๆไปในตัว ตามโรงเรียนน่าจะเพิ่มหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษาให้มากๆหน่อย ส่วนใหญ่สอนแต่จะให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ลืมที่จะเหลียวมาดูข้างหลังบ้างค่ะ

    ป้าหมูน้อย

  4. ครับผม ศึกษาอยู่ เอแบคคับ…คณะนิเทศ…ถ้าผมจะขอเอาข้อมูล ในนี้มาทำ thesis ได้มั้ยคับ?
    อาจจะมีการ ดัดแปลงนิดหน่อย. ติดต่อกลับ cjarut@gmail.com

    • ยินดีให้นำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิง
      แต่ไม่อยากให้ดัดแปลงข้อมูลเท่าไหร่
      จึงอยากทราบว่า ที่บอก “อาจจะมีการดัดแปลงนิดหน่อย”
      นี่คือดัดแปลงเนื้อหาส่วนไหน และดัดแปลงเป็นอย่างไร..วานบอกหน่อยนะจ๊ะ

  5. หวัดดี อาจารย์ ศักดิ์ชัย ผม ศิษ เก่า โรง เรียน บ้าน วัง น้ำ ขาว ที่ นครสวรค์ ผมอญุ่ หมู่ ที่ 3
    มีถึง ป.6 ผมย้าย ออก เรียน ต่อ ที่ อื่น ตอนนี้ผม คิด ถึง โรง เรียน เดิม มาก

  6. ดีใจที่ได้แวะเข้ามาอ่าน
    เป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากๆค่ะ

  7. สิ่งที่อยากจะบอก = เป็นสิ่งที่เห้นแล้วภูมิใจอย่างมากค่ะ อดีตโรงเรียนของดิฉันยังมีความน่ารักน่าประทับใจอยู่เสมอ ถึงจะเป็นโรงเรียนที่ไม่ใหญ่ แต่ตอนเป็นเด็ก ดิฉันก็เห็นโรงเรียนหลังนี้ใหญ่มากสำหรับนักเรียนบ้านนอกอย่างฉัน แม้แต่ครอบครัวของฉันยังนึกถึงคุณครู ไม่มีลืม สิ่งที่ทางโรงเรียนหามาจัดหาให้ เป็นสิ่งดีเสมอ ไม่ไฮโซ หรูหรา แต่เป็นสิ่งที่สร้างจิตสำนึกใหกับน้อง และให้คิดถึงภาพที่ไม่เคยปรากฏที่ใหนให้ใครเห็น แม้แต่แว็บไซต์ ดิฉันเองยังคาดไม่ถึงว่าจะมีคนมองเห็นโรงเรียนบ้านนอกของฉัน

    ลูกศิษย์

  8. ใช้ชีวิตที่พอเพียง มีความสุขกับช่วงวัยเรียน จบออกไป มีอะไรให้น่าจดจำมากมาย
    หนูจบจากโรงเรียนนี้เหมือนกัน คิดถึงคุณครูทุกคนค่ะ และดีใจที่มีแนวคิดดีๆแบบนี้ และเชื่อว่าจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆค่ะ ศิษย์เก่าอย่างพวกเรายินดีสนับสนุนโครงการดีๆค่ะ

  9. โรงเรียนของเรามีนักเรียนจบไปหลายรุ่น แต่ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ดีใจที่ศิษย์เก่ามาให้กำลังใจน้องๆ อย่าลืมแวะมาโรงเรียนเก่าบ้างล่ะ
    ครู

  10. …แหมๆๆๆ…ดังใหญ่แล้วนะค่ะแม่ แม่กับพ่อสบายดีไหม รักษาสุขภาพบ้างนะค่ะ ที่โรงเรียนนี้ยังมีอีกหลายโรงเรียนนะค่ะ

  11. คิดถึงนะค่ะ…เป็นโรงเรียนที่น่าอยู่มาก

  12. ติดต่อเรื่องทำสกู๊ป รายการทีวี เกียวกับ กิจกรรมแปลงผัก จักรยานค่ะ

    อยากทราบข้อมูล และ ติดต่อวันเวลาเพื่อที่จะขอเข้าไปถ่ายทำ

    รบกวนขอเบอร์ติดต่อ ส่งมาทาง e-mail

    hapsaw@hotmail.com , viewara@hotmail.com

    **รบกวนติดต่อกลับภายในวัน ศุกร์ที่ 13 สิงหาคม นะคะ

    ขอบคุณค่ะ (วิว)

  13. ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ โรงเรียนของเรายังทำ กิจกรรมนี้ อย่างต่อเนื่อง จนถึง ปัจจุบัน
    ในชื่อโครงการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลดภัยโลกร้อน มุ่งหวังให้นักเรียนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และเผยแพร่สู่ชุมชน เราทำเท่าที่ทำได้ตามกำลังที่มี ขอให้ทุกคน ได้อยู่บน โลก ที่สดใส ตลอดกาล

  14. เข้ามาดูแล้วดีใจครับที่โรงเรียนมีกิจกรรมแบบนี้ ผมก็เป็นศิษย์เก่าครูปรีชาตอนเรียนอยู่ชั้น ป 6 แล้วก็เป็นประธานนักเรียนด้วยครับ ไม่แน่ใจว่าครูจะจำผมได้หรือเปล่า น่าจะจบประมาณ พศ 2535 แต่ครูปรีชายังหนุ่ม และครูจี๊ดยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ

  15. ดีแล้วคับที่โรงเรียนเราพัฒนาขึ้น ผมชินจังศิษเก่าครูจีดเองคับ
 แสดงความเห็นเพิ่มเติมที่นี่
สัญลักษณ์โรงเรียน
เพิ่มเติม